header background
site logo

ตลาดทอง

Copy Code แปะที่เว็บไซต์คุณ
ตลาดทอง.COM
Copy Code แปะที่เว็บไซต์คุณ
หุ้นทองคำ กองทุนทอง ETF

หุ้นทองคำ กองทุนทอง ETF ทอง ต่างจากซื้อทองจริงอย่างไร? เลือกแบบไหนดีสำหรับมือใหม่

โดย นายตลาดทอง | โพสต์เมื่อ | หมวดหมู่: เรื่องต้องรู้ก่อนเข้าสมรภูมิทองคำ | แท็ก:

คำว่า “หุ้นทองคำ” ที่คนไทยค้นหา ส่วนใหญ่หมายถึงการลงทุนทองผ่านกระดาษหรือแอป เช่น กองทุนรวมทองคำ ETF ทองคำ หรือหุ้นบริษัทเหมืองทอง ทั้งหมดนี้ต่างจากการซื้อทองคำแท่งจริงในหลายเรื่อง ทั้งเงินเริ่มต้น ค่าใช้จ่าย ความเสี่ยง และวิธีเปลี่ยนกลับเป็นเงินสด นายตลาดทองสรุปให้เห็นภาพรวมก่อนเลือก

5 วิธีลงทุนทองคำ เทียบกันในตารางเดียว

วิธี ได้ทองจริงไหม เงินเริ่มต้น ค่าใช้จ่ายหลัก ราคาอ้างอิง
ทองคำแท่ง 96.5% ได้ ทองครึ่งสลึงขึ้นไป ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย ราคาประกาศสมาคมค้าทองคำ
ออมทองกับร้านทอง ได้ เมื่อสะสมครบน้ำหนัก หลักร้อยบาท ตามเงื่อนไขของร้าน ราคาประกาศสมาคมค้าทองคำ
กองทุนรวมทองคำ ไม่ได้ (ถือหน่วยลงทุน) ขึ้นกับกองทุน มักเริ่มหลักร้อยบาท ค่าธรรมเนียมจัดการรายปี ราคาทองโลก (+ ค่าเงิน ถ้าไม่ป้องกันความเสี่ยง)
ETF ทองคำ ไม่ได้ (ถือหน่วย ETF) ราคา 1 หน่วยในตลาด ค่าคอมมิชชันซื้อขาย + ค่าธรรมเนียมกองทุน ราคาทองโลก
หุ้นเหมืองทอง ไม่ได้ (ถือหุ้นบริษัท) ราคาหุ้นขั้นต่ำ ค่าคอมมิชชัน ผลประกอบการบริษัท + ราคาทอง

1. ทองคำแท่ง: จับต้องได้ ขายคืนได้ทุกร้าน

  • ข้อดี: เป็นสินทรัพย์จริง ไม่มีความเสี่ยงจากบริษัทจัดการ ขายคืนได้ทุกร้านทองในไทยตามราคาประกาศ
  • ข้อเสีย: ต้องเก็บรักษาเอง และเสียส่วนต่างราคาซื้อ-ขายทุกครั้ง
  • เหมาะกับ: คนที่อยากถือทองระยะยาวและอยากมีทองไว้ในมือ

ความต่างระหว่างทอง 96.5% กับ 99.99% อ่านได้ที่ ทอง 96.5 vs 99.99 vs 18K

2. ออมทอง: ทยอยซื้อทีละน้อย

ออมทองคือการทยอยซื้อทองตามราคาประกาศวันละเล็กน้อย สะสมจนครบน้ำหนัก แล้วรับทองจริงไปได้ ช่วยเฉลี่ยต้นทุนโดยไม่ต้องจับจังหวะตลาด เหมาะกับมือใหม่ที่มีงบน้อยแต่อยากได้ทองจริง

ดูรายละเอียดออมทองกับร้าน: ออมทองกับร้านทองไทยมิตร2

3. กองทุนรวมทองคำ: ลงทุนผ่านแอปธนาคาร

กองทุนรวมทองคำในไทย เช่น K-GOLD, KT-GOLD, SCBGOLD นำเงินไปลงทุนในกองทุนทองคำต่างประเทศ เช่น SPDR Gold Trust อีกทอดหนึ่ง

  • ข้อดี: เริ่มด้วยเงินน้อย ซื้อขายผ่านแอปได้ ไม่ต้องเก็บทองเอง
  • ข้อควรรู้: มีค่าธรรมเนียมจัดการทุกปี กองทุนบางแบบได้รับผลจากค่าเงินบาทด้วย ขายแล้วได้เงินช้ากว่าขายทองที่ร้าน (ตามรอบเวลาของกองทุน)
  • ก่อนลงทุนควรอ่านหนังสือชี้ชวน (Fund Fact Sheet) ของแต่ละกองทุน

4. ETF ทองคำ: ซื้อขายเหมือนหุ้น

ETF ทองคำ เช่น SPDR Gold Shares (GLD) ในตลาดสหรัฐฯ ซื้อขายระหว่างวันเหมือนหุ้น ราคาเคลื่อนไหวตามราคาทองโลกใกล้เคียงมาก ต้องเปิดบัญชีหุ้นต่างประเทศ และราคาเป็นดอลลาร์ ผลตอบแทนเมื่อแลกกลับเป็นเงินบาทจึงขึ้นกับค่าเงินด้วย

5. หุ้นเหมืองทอง: ไม่ใช่ทองแท้ๆ

หุ้นบริษัทที่ทำเหมืองทองมักขึ้นลงแรงกว่าราคาทอง เพราะขึ้นกับต้นทุนการผลิต การบริหาร และภาวะตลาดหุ้น บางช่วงราคาทองขึ้นแต่หุ้นเหมืองลงก็มี จึงมีความเสี่ยงสูงกว่าการถือทองโดยตรง

แล้วสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (TFEX) ล่ะ

สัญญาทองคำล่วงหน้าในตลาด TFEX ใช้เงินวางประกันเพียงบางส่วน ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ขาดทุนได้เร็วและมากกว่าเงินที่คิดไว้ เหมาะกับผู้มีประสบการณ์และเข้าใจความเสี่ยงเท่านั้น ไม่เหมาะกับมือใหม่

นายตลาดทองสรุป: เลือกแบบไหนดี

  • อยากได้ทองจริง เก็บระยะยาว → ทองคำแท่ง หรือออมทอง
  • อยากลงทุนตามราคาทองโลก เงินน้อย ไม่อยากเก็บทอง → กองทุนรวมทองคำ
  • มีบัญชีหุ้นต่างประเทศ อยากซื้อขายระหว่างวัน → ETF ทองคำ
  • รับความผันผวนสูงได้ → หุ้นเหมืองทอง หรือ TFEX (เฉพาะผู้มีประสบการณ์)

ไม่ว่าเลือกแบบไหน ราคาทองล้วนอ้างอิงราคาทองโลก เข้าใจวิธีแปลงราคาได้ที่ Gold Spot คืออะไร และติดตามกราฟได้ที่ กราฟราคาทอง-หุ้น

คำถามที่พบบ่อย

หุ้นทองคำ คืออะไร

เป็นคำเรียกรวมของการลงทุนทองผ่านตลาดทุน เช่น กองทุนรวมทองคำ ETF ทองคำ หรือหุ้นบริษัทเหมืองทอง ซึ่งไม่ได้ให้ทองคำจริงกับผู้ลงทุน

กองทุนทองคำ กับ ซื้อทองแท่ง อันไหนดีกว่า

กองทุนเริ่มด้วยเงินน้อยและไม่ต้องเก็บทอง แต่มีค่าธรรมเนียมรายปี ทองแท่งได้ของจริงและขายได้ทุกร้าน แต่ต้องเก็บรักษาเอง เลือกตามเป้าหมายของตัวเอง

ลงทุนทองเริ่มต้นเท่าไร

ออมทองและกองทุนรวมทองคำบางกองเริ่มได้หลักร้อยบาท ส่วนทองคำแท่งเริ่มที่ครึ่งสลึง

ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอขอบคุณ
พันธมิตรหลัก
ครอบครัวตลาดทอง
ล็อกอิน